ผู้ป่วย “หลอดเลือดหัวใจ” เตรียมตัวฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างไร

ผู้ป่วย “หลอดเลือดหัวใจ” เตรียมตัวฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างไร ที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่า หลายๆคนมีความกังวล เป็นอย่างมาก ในเรื่องของการฉีดวัคซีน ป้องกันโควิด-19 นั่นก็คือ เรื่องของผลข้างเคียงไม่ว่าจะเป็น ระยะสั้น หรือระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง อย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ ยิ่งจะมีความกังวลมากเป็นพิเศษ ดังนั้น เราจึงจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ควรที่จะเตรียมตัวอย่างไร ให้เหมาสมก่อนที่จะไปฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้าม

ผู้ป่วย “หลอดเลือดหัวใจ” เตรียมตัวฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างไร

คนที่มีโรคประจำตัวและ โรคเรื้อรังหากติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสสูงที่จะพัฒนา เป็นโรคที่รุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มี โรคหัวใจ และหลอดเลือดอยู่ก่อนแล้ว เช่น

ผู้ป่วย "หลอดเลือดหัวใจ" เตรียมตัวฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างไร
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือดที่มีอาการเฉียบพลันและ เข้ารับการรักษาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
  • ผู้ป่วยโรคความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ ที่มีอาการหัวใจล้มเหลว
  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ชนิดเรื้อรังที่มีอาการเจ็บหน้าอกอยู่
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ในระยะรุนแรงหรือผู้ป่วยที่รับการปลูกถ่ายหัวใจ
  • โรคอ้วนรุนแรง โดยเฉพาะถ้ามีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
  • ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมหรือปัจจัยเสี่ยง โรคหัวใจและ หลอดเลือดที่คุมไม่ได้ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  • ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่ง อินซูลินที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ในผู้ป่วยกลุ่มโรคเหล่านี้ควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทันทีหากอาการสงบแล้ว เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-19 เพราะหากป้องกันตัวเอง ไม่ได้และได้รับเชื้อโควิด-19 ร่างกายจะไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อได้

วิธีการเตรียมตัว ในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ

1.ตรวจสอบอาการของโรคที่ เป็นอยู่ว่ามีอาการหรือไม่ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจต้องพิจารณาว่ามีอาการที่ เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ เช่น มีอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบชนิดเฉียบพลันจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกขณะออกแรง หรือ ออกกำลังกายบริเวณกลางหน้าอกหรือร้าวไปแขนซ้าย และ โรคหลอดเลือดหัวใจมีอาการภาวะหัวใจล้มเหลว ชนิดเฉียบพลันร่วมด้วย เช่น เหนื่อย นอนราบไม่ได้ ต้องนอนหมอนสูง หรือมีภาวะน้ำท่วมปอดร่วมด้วย

2.ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง ถ้าความดันโลหิตตัวบนสูงมากกว่า 160 มิลลิเมตรปรอท จำเป็นจะต้องควบคุมความดันโลหิตก่อน ต้องควบคุมความดันโลหิตตัวบนให้ต่ำกว่า 140 มิลลิเมตรปรอทในวันก่อนมารับวัคซีน

3.กรณีที่รับประทานยาต้าน การแข็งตัวของเลือดชนิด Warfarin ถ้าระดับ INR คงที่มาตลอดและ INR ต่ำกว่า 4.0 ภายใน 1 สัปดาห์ หรือมีผลระดับ INR ก่อนหน้านี้อยู่ในระดับต่ำกว่า 3.0 มาโดยตลอด (ไม่จําเป็นต้องหยุดหรือปรับขนาดยาและไม่จําเป็นต้องตรวจ INR ก่อนรับวัคซีน) สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้โดยใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็ก 25G หรือ 27G ฉีดที่กล้ามเนื้อต้นแขน แล้วกดตําแหน่งที่ฉีดไว้นานประมาณ 5 นาที จากนั้นอาจประคบเย็นต่อด้วยน้ำแข็งหรือเจลเย็น

4.สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาต้าน การแข็งตัวของเลือดกลุ่มใหม่ (NOACs) และยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Aspirin, Clopidogrel, Ticagrelor หรือ Prasugrel สามารถฉีดวัคซีนได้โดยไม่ต้องงดยาก่อนฉีด ควรใช้เข็มขนาดเล็ก 25G หรือเล็กกว่า และไม่ควรคลึงกล้ามเนื้อหลังฉีดวัคซีน ควรกดตำแหน่งที่ฉีดวัคซีนนานอย่างน้อย 5 นาทีและแน่ใจว่าไม่มีเลือดออกผิดปกติ แต่หากมีการนัด เพื่อทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ หรือผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจในกรณีที่ โรคค่อนข้างสงบหรือไม่ได้แสดงอาการ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจเพื่อประเมินโดยละเอียดว่า โอกาสที่จะติดเชื้อสูงหรือไม่ หากประเมินแล้วผลดีของการฉีดวัคซีนมีมากกว่า ควรฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ ก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และ สถานการณ์ในขณะนั้นด้วย

ผู้ป่วย "หลอดเลือดหัวใจ" เตรียมตัวฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างไร

ผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือด ตามที่กล่าวมาถ้าได้รับ การฉีดวัคซีนแล้ว จะทำให้ร่างกายสามารถฆ่าเชื้อ ได้เมื่อมีภูมิคุ้นกันที่สูงพอ ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสทำให้ไม่สามารถเพิ่มจำนวนในร่างกายได้และ เชื้อไม่สามารถแพร่กระจายสู่คนอื่นได้ หากทุกคนมีภูมิคุ้มกันอยู่ในร่างกาย เชื้อโควิด-19 จะไม่สามารถเจริญเติบโตและ แพร่พันธุ์ได้อีกต่อไป จึงเป็นการตัดวงจรการระบาดและ เป็นการตัดวงจรการกลายพันธุ์ของเชื้อไปด้วย

สำหรับคนที่มีความเสี่ยง โรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะเหล่านี้สามารถควบคุมได้ และมีความคงที่ ไม่ต้องตรวจสุขภาพก่อนฉีดวัคซีน แต่ถ้ายังควบคุมไม่ไ ด้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัย โดยละเอียดก่อนฉีดวัคซีน หากไม่แน่ใจหรือมีอาการผิดปกติ ที่คิดว่าอาจจะสัมพันธ์กับโรคที่เป็นอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีดวัคซีน หรือ ในผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ผู้ป่วยที่กำลังจะต้องทำบอลลูนหรือใส่ขดลวด การรักษาด้วยการผ่าตัดทำ Bypass เส้นเลือดหัวใจที่ยังแสดงอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่ ควรรักษาก่อนที่จะได้รับการฉีดวัคซีน

เพียงแค่เรารู้จักวิธีการเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน หรือหากมีข้อสงสัยก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนที่เราจะเดินทางไปฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่เช่นนั้น หากเราไม่ปรึกษาแพทย์ อาจจะเสี่ยงทำให้เราเสียชีวิตได้เช่นกันค่ะ

ข้อดีของการมาสก์หน้า เติมเต็มความชุ่มชื่นให้กับผิว ในแต่ละวัน ผิวหน้าของเรา ต้องเผชิญกับ มลภาวะต่างๆ มากมายๆ ซึ้งในบางครั้ง การที่เราล้างหน้าเพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าของเรากลับมาได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้อง อาศัยการมาส์กหน้าเข้ามาช่วย

ขั้นตอนการ เล่นบาคาร่าออนไลน์ง่ายๆ นักเดิมพันหลายคน คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเดิมพัน บาคาร่าอย่างแน่นอน เนื่องจากตอนนี้ บาคาร่า กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันเพราะมีการเปิดให้เล่นผ่านช่องทางออนไลน์ และที่สำคัญเล่นง่ายๆ